การย่อลิงค์ ทำให้เว็บเราเสีย SEO จริงหรือเปล่า?

การย่อลิงค์ดีไหม ผลกระทบต่อ seo

ข่าวการปิดตัว Goo.gl เครื่องมือย่อลิงค์ของ Google นับว่าสร้างความฮือฮาทีเดียว เพราะคนใช้บริการย่อลิงค์ก็มีไม่น้อย รวมไปถึง “ความน่าเชื่อถือ” ที่ Google มี ก็ทำให้พวกเราคนใช้ไว้วางใจในบริการนี้

แต่นอกจากการย่อลิงค์ให้สั้นลงแล้ว เมื่อเราพูดถึง Google เราก็จะนึกถึงประเด็น SEO ไปด้วย นักการตลาดหลายท่านมีความคิดเห็นว่าใช้ของ Google ไว้ก่อนน่าจะดีต่อ SEO ของเว็บเรา

ทว่าในตอนนี้ Goo.gl สำหรับผู้ใช้ทั่วไปจะปิดตัวแล้ว แปลว่าเมื่อเราเริ่มนึกถึงการย่อลิงค์ เราต้องเริ่มมานึกถึงผลกระทบของการใช้เครื่องมือตัวใหม่ ต่อ SEO ของเราด้วยหรือเปล่า?

หมายเหตุ: ความจริงแล้วคำว่า Link ควรเขียนเป็นภาษาไทยว่า ‘ลิงก์’ แต่ที่เราเลือกใช้ว่า ‘ลิงค์’ เป็นเรื่องเหตุผลของการเลือกคีย์เวิร์ดที่คนนิยมใช้ จึงขอสะกดว่าลิงค์ในบทความนี้ค่ะ

ทำไมการย่อลิงค์ถึงต้องสงสัยว่าน่าจะมีผลต่อ SEO

หลายๆ คนอาจจะใช้เครื่องมือย่อลิงค์โดยที่ไม่ได้คิดถึงมุมนี้กันมาก่อน ส่วนใหญ่แล้วก็ย่อเพื่อให้ลิงค์สั้นลง สวยขึ้น น่าคลิกขึ้นเท่านั้นเอง แต่อย่างไรก็ตาม ในต่างประเทศมีคำถามเกิดขึ้นค่อนข้างมากเกี่ยวกับผลกระทบของการย่อลิงค์ที่มีต่อ SEO

สิ่งที่คนทำ SEO อยากได้คือ ‘Backlink’ เพราะหนึ่งในปัจจัยที่ Search engine ใช้วัดชื่อเสียงของเว็บ คือการดูว่าเว็บนี้มีการถูกพูดถึงเยอะไหม มีเว็บอื่นๆ ใส่ลิงค์ให้โยงมาถึงได้บ้างหรือเปล่า

bitly ย่อลิงค์ ทำงานอย่างไร

จะเห็นได้ว่าเมื่อใช้เครื่องมือย่อลิงค์ Backlink จะไม่ได้ถูกส่งมาที่โดเมนเว็บของเราโดยตรง แต่ถูกส่งไปที่เว็บของผู้ให้บริการก่อนจะ Redirect มายังเว็บของเรา แล้วแบบนี้มันจะให้ผลลัพธ์เหมือนกับการที่ลิงค์มาเว็บเราตรงๆ หรือเปล่า?

วิเคราะห์

การย่อลิงค์กับการ Redirect มีผลกระทบอะไรกันหรือไม่

เว็บย่อลิงค์ส่วนใหญ่จะใช้วิธี 301 Redirect คือการส่งลูกค้าของคุณไปยังแพลตฟอร์มย่อลิงค์นั้นๆ ก่อน แล้วสุดท้ายถูกพากลับมายังหน้าเว็บของคุณอีกที

คำถามคือ 301 Redirect นี้ช่วยพา Link Juice (ลิงค์ที่ช่วยเพิ่มมูลค่า PageRank) มาให้ถึงเว็บเราด้วยหรือเปล่า? คำถามนี้ดูเหมือนจะได้มีการถกกันมาหลายปี

แต่คำตอบที่คอนเฟิร์มกันในปีหลังมานี้ รวมไปถึงวิดีโอจาก Google Webmasters คือ 301 Redirect พา Link Juice บ้าง ว่ากันว่าอาจจะไม่ถึง 100% แต่ยังคงอยู่ในระดับที่สูง (หากเป็น HTTP Redirect แบบอื่นๆ ควรหลีกเลี่ยง เพราะจะไม่ส่ง Link Juice)

Shifu แนะนำ

ได้มีคนเขียนบล็อกทำการทดลองว่า 301 Redirect นั้นทำให้คุณเสีย Link Juice มากน้อยอย่างไร เนื้อหาน่าสนใจมากค่ะ ผลลัพธ์คือค่อนข้างกระทบน้อยสำหรับ Google สำหรับ Search engine อื่นๆ จะมีค่าแตกต่างกันไป

เมื่อย่อลิงค์ SEO Data อยู่ครบหรือเปล่า

ในวิดีโอจาก Google ยังระบุอีกว่า Data จากฝั่งเริ่มต้นที่มักถูกนับมารวมเป็น SEO Data อย่าง Anchor text, ตำแหน่งในเพจ ฯลฯ ก็จะถูกส่งมาถึงเช่นกัน

Authority เป็นอย่างไร

ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่น่าคุย เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า Link จากเว็บที่มี Authority สูง ย่อมมีอิมแพคที่ดีกว่า ในเว็บบอร์ด Quora ก็มีการแชร์ข้อมูลที่น่าสนใจ ระบุว่า “สิ่งที่หลายคนลืมไปคือ เหล่าโปรแกรมย่อลิงค์ที่ใช้ได้ทั่วไปตามสาธารณะนี้ โดเมนเนมของหลายต่อหลายเจ้าก็อยู่ในแบล็คลิสต์ของ Google”

“ไม่ใช่ที่ตัวบริษัท แต่เป็นเพราะเครื่องมือย่อลิงค์ มักถูกนิยมเอาไปใช้ในการซ่อน/ปกปิด ลิงค์หลักที่เป็นเว็บผิดกฏหมาย หรือเว็บสีเทาๆ เมื่อมีผู้ใช้ใช้โดเมนในทางที่ผิดในปริมาณมาก โดเมนเนมของบริษัทย่อลิงค์เหล่านั้นก็เลยเสื่อมเสียชื่อไปด้วย”

ว่ากันว่า…แม้แต่ Bitly ยังไม่ใช้ Bit.ly ของตัวเอง แต่ใช้ bitly.is ในการย่อของตน

ปัจจัยที่ว่า “ผู้ให้บริการที่คุณเลือกใช้น่าเชื่อถือแค่ไหน?” จึงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องมอง นาทีสองเจ้าอย่าง Bit.ly และ Ow.ly ค่อนข้างได้เปรียบ เพราะเป็นสองเจ้าที่บล็อกของ Google เอ่ยชื่อถึงตอนประกาศปิด Goo.gl

มี URL shorteners หลายตัวที่เกิดขึ้นและดับไป หากลิงค์ที่คุณจะฝาก เป็นลิงค์สำคัญที่คุณยังอยากเก็บอยากใช้มันอยู่เรื่อยๆ ก็ควรจะเลือกใช้บริการเจ้าที่เชื่อถือได้

Authority สำคัญกับ Users ด้วย

การมีลิงค์ที่มี Authority นั้นสำคัญต่อคนที่คุณอยากชวนให้เขามาคลิกด้วย เพราะ “ลิงค์แปลกๆ” ทำให้เกิดความรู้สึกน่ากังวล และอาจน่าคลิกน้อยกว่าลิงค์ปกติของเว็บคุณเองก็เป็นได้

 

สรุปว่าควรย่อลิงค์ไหม?

คำตอบที่เป็นไปได้ค่อนข้างหลากหลายค่ะ เช่น

A) จากการอ่านบทวิเคราะห์ก็จะเห็นว่าใช้ไปก็ไม่ได้เสียหายกับ SEO มากมาย ดังนั้นจะใช้ไปเหมือนเดิมก็ได้ แค่เลือกให้ดี

B) เลือกใช้ตามสถานการณ์ เมื่อไรที่คิดว่าไม่ได้จำเป็นก็ใช้ลิงค์ต้นฉบับ เมื่อไรที่มองว่าย่อลิงค์จะเป็นการดีกว่า ก็ค่อยย่อลิงค์

ในเคส B) สถานการณ์ที่คนนิยมย่อลิงค์ก็อย่างเช่น

  • เมื่อติด UTM tagging ทำให้ลิงค์ยาวมากและดูประเจิดประเจ้อไปหน่อย
  • เมื่อนำไปแชร์ตามโซเชียล เช่น Twitter ที่ต้องใช้ความยาวน้อยๆ หรือแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่ไม่ได้แสดงผลให้สมบูรณ์ เช่น Facebook (ดังภาพ ตรงที่มาข่าว)
  • เหตุผลอื่นๆ เช่น ต้องการใช้ฟีเจอร์นับจำนวนคลิก หรือ Analytics ที่ทางผู้ให้บริการมีให้

โดยข้อเสียของการย่อลิงค์ นอกจากเรื่อง Link Juice ไม่สมบูรณ์ 100% ก็จะมีเรื่องการที่มันเป็น Redirect ทำให้เพิ่มสเตปในการโหลดเว็บ (ทั้งนี้เว็บยิ่งโหลดเร็วเท่าไรยิ่งดี) และข้อเสียจิปาถะอื่นๆ เช่น เปลี่ยนชื่อ URL ตามที่ต้องการไม่ได้ เพราะมีคนจองแล้ว ไม่ก็ฟีเจอร์ไม่รองรับ

จึงอยากขอเสนอแนวทางอีกแนวทางคือ

C) ทำ Custom URL Shortener ของตัวเอง ซึ่งปัจจุบันก็มีผู้ให้บริการหลายรายให้บริการทำ Custom domain ได้ เช่น Rebrandly ฯลฯ

แน่นอนว่าไม่มีใครถูกหรือผิด ขึ้นอยู่กับความถนัดและความเหมาะสมที่แต่ละคนมอง

สรุป

กล่าวโดยสรุปแล้ว การย่อลิงค์ก่อนการนำไปใช้งาน ไม่ได้มีผลกระทบในเชิง SEO อย่างเป็นนัยยะสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อเราทาร์เก็ตที่ Google เป็น Search engine หลัก ถึงแม้ Goo.gl จะปิดตัวแต่คุณก็ยังคงสามารถใช้เจ้าอื่นๆ ได้ เรื่องที่ต้องคำนึงคงไม่ใช่เรื่อง Link Juice เป็นสำคัญ แต่เป็นเรื่อง User experience และประเด็นอื่นๆ อย่างที่ได้กล่าวไว้

ตาคุณแล้ว

หวังว่าประเด็นที่บทความนี้หยิบมาเล่า มาวิเคราะห์ จะไม่น่าเบื่อเกินไป และน่าสนใจสำหรับคุณนะคะ

Shifu แนะนำ

แจ้งข่าวสำหรับคนที่สนใจศึกษาเรื่อง SEO เพิ่มเติม ทาง Content Shifu เรามีคอร์สเรียน SEO ที่ครอบคลุมระดับขั้นพื้นฐานไปจนถึงขั้นกลางให้กับคุณด้วย ลองติดตามดูได้ค่ะ

อร เป็นผู้ที่ชอบคลุกคลีอยู่ในวงการเทคโนโลยี และเขียนคอนเทนต์ในสายนี้มาต่อเนื่องมากกว่า 6 ปี อรเคยเป็นวิทยากรรับเชิญให้กับมหาวิทยาลัยต่างๆ เช่น จุฬา, ม.กรุงเทพ, มศว, ม.เชียงใหม่

Leave A Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ความรู้จะมีประโยชน์ที่สุดถ้าถูกส่งต่อ :)