เข้าใจลูกค้าให้ถึงกึ๋น: สอนทำ Buyer Persona และการวางแผน Content ให้ลูกค้า

– บทความพร้อมคำแนะนำในการวางกลยุทธ์ Content และกรณีศึกษาจริง จากค่าย YWC –

“ความเข้าใจหัวอกลูกค้า” คือหัวใจสำคัญ ทุกคนทราบเรื่องนี้ดี แต่กับเรื่องการทำคอนเทนต์ ทุกคนนึกถึงเรื่องนี้ ดีพอแล้วหรือเปล่า? วันนี้เราจะมาสอนเครื่องมือที่ชื่อว่า “Buyer Persona” ซึ่งเป็น Framework ประเภทหนึ่งที่ใช้ช่วยในการวิเคราะห์ลูกค้า รวมถึงสาธิตการนำมาต่อยอดเรื่องการวางแผนคอนเทนต์ พร้อมแจกเทมเพลตให้เอากลับไปใช้งานกันได้เลย 🙂

Buyer Persona คืออะไร และสำคัญยังไง

เคยเจอคำถามจากเพื่อนๆ ว่า “ผู้ชาย/ผู้หญิง ในสเป็กเป็นยังไง” กันไหมคะ?
เวลาที่เจอคำถามแบบนี้ หัวสมองก็จะเริ่มจินตนาการถึงคนบางคน หรือตัวละครบางตัวละคร สังเกตและพิจารณาองค์ประกอบต่างๆ ของเขา แล้วหยิบมาเล่าให้เพื่อนฟัง มีตั้งแต่หน้าตาแบบไหน ไปจนถึงนิสัยแบบไหน และฐานะเป็นอย่างไร

คอนเซปต์เดียวกันค่ะ Buyer Persona คือโมเดลที่ไว้ใช้อธิบายคนๆ นั้นที่ “ตรงสเป็กกับธุรกิจของคุณ” ซึ่งเขาก็คือ “ลูกค้า” นั่นเอง

หากเราสามารถอธิบายได้ว่าเขาเป็นคนยังไง เราก็จะสามารถวางแผน วางกลยุทธ์ได้ว่า เราจะสามารถหาเขาเจอได้ที่ไหน และจะทำอย่างไรให้เขาสนใจเราได้นั่นเอง! (คิดอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เป็นแผนการ ว่าเราจะจีบเขายังไงดีน้า)

ต้องทำออกมาเป็นโมเดลเลยหรอ? คิดเอาเองในใจไม่ได้หรอ? ต้องบอกว่าประโยชน์ของการทำให้เป็นกิจลักษณะ คือเรานำมาใช้มันเป็นเหมือนกับ “เครื่องมือ” ชิ้นหนึ่ง ซึ่งเราจะใช้ Buyer Persona มาเป็นเครื่องมือในการวางกลยุทธ์คอนเทนต์เพื่อดึงดูดลูกค้า ซึ่งคุณจะกลับมารีวิวดูได้เสมอ แถมยังเป็นเครื่องมือสื่อสารระหว่างคนในทีม ช่วยให้ในทีมเรามองเห็นภาพของลูกค้าในทิศทางเดียวกันอีกด้วย

เราอาจกล่าวได้ว่า การทำ Buyer Persona เป็นพื้นฐานเริ่มต้น ก่อนที่เราจะมาเรียนกันในหัวข้อ Content Strategy หรือการวางกลยุทธ์คอนเทนต์กันต่อไป

วิธีการทำ Buyer Persona

หาก Buyer Persona คือการอธิบายบุคคล มีข้อมูลอะไรบ้างที่เราควรอธิบายเกี่ยวกับตัวเขา? ถ้าคุณลองเซิร์จตัวอย่าง Buyer Persona มาดู ก็จะพบกับตัวอย่าง หน้าตาอารมณ์ประมาณนี้ภาพนี้

buyer-persona-template-example

รูปจาก blog.bufferapp.com

ถ้าคุณศึกษาเพิ่มเติม คุณจะพบว่า Buyer Persona Template ของเมืองนอกมีเยอะแยะมาก บางเทมเพลตมีคำถามเยอะบ้าง น้อยบ้าง แรกๆ เราเห็นแล้วเราไม่เข้าใจว่าไอ้พวกนี้มันเกี่ยวกับการทำคอนเทนต์ยังไงฟระ

จนกระทั่งเราค้นพบกับตัวเองว่า สิ่งสำคัญไม่ใช่การพยายาม Strict ตามเทมเพลตคำถาม และพยายามลิสต์คำตอบเยอะๆ แต่สิ่งสำคัญคือข้อมูลใน Buyer Persona สามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ Who, What, Why และ How ได้แล้วหรือไม่?

แนวคิดเรื่องคำถามสำคัญทั้งสี่

เคยดูการ์ตูนญี่ปุ่นไหมคะ? จำไม่ได้เหมือนกันว่าเรื่องอะไร แต่คุ้นๆ ว่า เวลาที่วัยรุ่นชาย กำลังจีบวัยรุ่นสาว เขามักจะศึกษาเกี่ยวกับเธอคนนั้นก่อน เช่น บ้านอยู่แถวไหน ตอนอยู่ที่โรงเรียนเธอเรียนห้องไหน เข้าชมรมอะไร รู้แม้กระทั่งว่าล็อคเกอร์เก็บรองเท้าของเธออยู่เบอร์อะไร เพื่อที่ว่าเขาจะเขียนจดหมายใส่ไปในตู้รองเท้า!

ตัวอย่างที่สาธยายข้างต้น แปลว่าเขาทำการบ้านมาว่า How to find her? จะเข้าถึงเธอได้อย่างไร? มีช่องทางอย่างตู้รองเท้า ชมรม ใต้โต๊ะเรียน ทางเดินระหว่างกลับบ้าน เป็นช่องทางในการเข้าถึง ถ้าเปรียบเทียบกับลูกค้า ก็เหมือนกับการดูว่า คนๆ นั้น ใช้อะไรบนออนไลน์บ้าง โซเชียลไหน ชอบตามเพจไหน ชอบอ่านเว็บอะไร ถ้าไม่ออนไลน์จะเจอได้ที่ไหน เป็นต้น

รู้ช่องทางแล้ว ก็ต้องวิธีการในการเข้าถึง จะทราบสิ่งเหล่านี้ได้ ก็ต้องศึกษาตัวตนของเธอ Who ของเธอ ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลพื้นฐานอย่าง อายุ เพศ, Background ว่าเธอเป็นคนแบบไหน ครอบครัวเธอเป็นยังไง และนอกจากนี้ควรมองด้วยว่าไลฟ์สไตล์เธอเป็นยังไง ความเป็นตัวตนของเธอเป็นยังไง เป็นต้น จะได้เข้าถึงเธอได้อย่างสมูธ ไม่อึดอัด รู้วิธีการแล้วก็ต้องรู้ ‘ข้อความ’ ที่จะคุย จะทักยังไงดี จะเริ่มต้นคุยด้วยเรื่องอะไรดี

สิ่งที่คุณควรทราบคือ What ซึ่งประกอบไปด้วย อะไรคือสิ่งที่เธอสนใจ อยากได้ อยากมี อยากคุย และ/หรือ อะไรคือสิ่งที่เธอกำลังมีปัญหา = What are her goals and challenges?

สุดท้ายคือการมองหา Why เป็นการมองหา Insight ว่าทำไมเธอถึงตัดสินใจเลือกคุย (หรือเลือกไม่คุย) กับคุณ? รวมถึงการมองหาว่า ทำไมคุณถึงเหมาะสมกับเธอ คุณคิดว่าอะไรที่คุณมี จะเข้ามาเติมเต็มเธอได้บ้าง?

What และ Why จะปูทางสู่ Marketing Message ที่เราจะส่งออกไปนั่นเอง จะเห็นได้ว่าคำถามเบสิกทั้งสี่ข้อ จะเป็นพื้นฐานให้คุณคิดถึงคำถามคำตอบมากมายตามมาเองโดยอัตโนมัติ

จะหาคำตอบได้อย่างไร? หากมีฐานลูกค้าอยู่แล้ว ควรใช้วิธีการสัมภาษณ์ลูกค้าจริง หรือหากยังไม่มี ก็สัมภาษณ์คนที่ใกล้เคียงกับคนที่เราคิดว่าจะมาเป็นลูกค้า

อันที่จริงคุณสามารถลอง “จินตนาการ” ถึงคำตอบของ Buyer Persona ก่อนการสัมภาษณ์จริงก็ได้ เพื่อเป็นการเช็คว่าสิ่งที่คุณคิด ตรงกับความเป็นจริงหรือเปล่า

วางแผนกลยุทธ์การตลาดด้วย Content Mapping

เมื่อครู่เราได้วิเคราะห์ที่ตัวบุคคลกันไปแล้ว วิธีการนำมาใช้งานต่อ ก็คือการทำ Content Mapping ดูว่าคอนเทนต์อะไรบ้างเหมาะกับ Persona คนแบบนี้ และคอนเทนต์นั้นควรถูกนำมาใช้เพื่อจุดประสงค์อะไร เมื่อไร

เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น เรามาดูวิธีการทำไปพร้อมๆ กับการทำ Buyer Persona ในตัวอย่างกรณีศึกษาจริงกันค่ะ

สาธิตการทำ Persona และ Content Mapping ของเด็กค่าย YWC

เราอยากจะยกกรณีศึกษาจริงจากค่าย Young Webmaster Camp หรือ YWC ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงรับสมัครรุ่นใหม่อยู่ ซึ่งย้อนกลับไปเมื่อประมาณสองปีก่อน เราเป็นหนึ่งในทีมงานจัดค่าย (จะนำตัวอย่างงานที่ทำตอนนั้นมาเล่าละเอียดขึ้นอีกครั้งในบทความหน้า)

บรีฟคร่าวๆ : ค่ายนี้เกิดขึ้นโดยสมาคมเว็บไทยฯ จัดขึ้นเพื่อปั้นเว็บมาสเตอร์รุ่นใหม่ (ตามชื่อค่ายเลย) โดยมุ่งไปที่ เด็กมหาลัย ระดับปริญญาตรี ไม่จำกัดคณะ ภายในค่ายจะมี 4 สาขาวิชาให้เลือกเข้าอบรม ได้แก่ Content, Design, Programming และ Marketing โดยจะได้ฟังบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญ และจับกลุ่มทำโปรเจกต์จริง ค่ายนี้จัดปีละครั้ง ต่อเนื่องกัน ปีนี้ (2016) นับเป็นรุ่นที่ 14 แล้ว

ลองสมมติว่าตัวคุณเองเป็นหนึ่งในทีมงานจัดค่ายในปีนี้ ให้ลองทำ Persona ของกลุ่มเป้าหมาย และทำ Content Mapping ดู

Persona

Who: ค่ายนี้มีกลุ่มเป้าหมายชัดเจนอยู่แล้วคือกลุ่มเด็กนักศึกษาปริญญาตรี แต่เท่านี้ก็ยังกว้างเกินไป ลองมาวิเคราะห์กันเพิ่มเติมว่าคนที่สนใจค่าย น่าจะเป็นคนแบบไหนบ้าง ซึ่งเราตีออกมาเป็น 3 ลักษณะใหญ่ๆ ดังนี้

  • เด็กกิจกรรม
    เด็กที่ชอบเข้าค่ายต่างๆ เพื่อพบเพื่อนใหม่ และได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ
  • เด็กที่สนใจศาสตร์สาขาต่างๆ ที่กล่าวมา ซึ่งแบ่งได้เป็น 4 กลุ่ม แต่ละกลุ่มก็มีลักษณะเฉพาะของตัวเอง เช่น เด็กสายโปรแกรมมิ่งก็จะมีลักษณะแบบนึง เด็กสายการตลาดก็จะมีลักษณะอีกแบบหนึ่ง กลุ่มนี้คือมาเพราะต้องการต่อยอดความเป็นมืออาชีพให้กับตนเองมากขึ้น
  • เด็กเรียน/เด็กค้นหาตัวเอง
    กลุ่มนี้ต่างกับข้อที่แล้วตรงที่ว่า พวกเขาอาจจะยังไม่ได้มีสายที่แน่ชัด แต่อยากมาค่ายเพื่อค้นหาตัวเอง มาสร้างพอร์ตโฟลิโอ สร้างโปรไฟล์ เก็บประสบการณ์

เราได้พูดคุยสัมภาษณ์กับศิษย์เก่าของค่าย เพื่อจัดทำเป็น Persona ของกลุ่มประเภทต่างๆ เมื่อได้ Persona ของเด็กค่ายรุ่นก่อนๆ (ฐานข้อมูลลูกค้าที่สะสมมา) มาแล้ว ก็สามารถนำมาใช้ช่วยในการวางแผนของปีนี้ได้

ตัวอย่าง Persona ของเด็กที่มีสายที่ตัวเองมุ่งมั่นอยู่แล้ว

sample-persona-programmer-moshi

Who: โมชิ เป็นคนหนึ่งที่มาสมัครค่ายเพราะตั้งใจจะมาในสายโปรแกรมมิ่งโดยเฉพาะ เขาเป็นนักศึกษาคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ จากมหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี นอกจากนี้ยังรับงานเป็นฟรีแลนซ์รับทำเว็บไซต์

What: อะไรที่เป็น Pain Points อะไรที่กระตุกให้เขาสนใจค่ายนี้? เจ้าตัวเล่าว่าตอนนั้นมีความฝันอยากเป็นโปรแกรมเมอร์เบอร์หนึ่งของประเทศ อยากรู้ว่าโปรแกรมเมอร์คนอื่นๆ เป็นใคร เป็นอย่างไรกันบ้าง

How: “ครั้งแรกรู้จักจาก ThaiSEOBoard แต่ไม่ได้สมัคร จนกระทั่งปีที่ตัดสินใจสมัคร ได้เห็นแบนเนอร์ค่ายนี้อีกครั้งในเว็บ Blognone

Why:

  • ปีที่สมัครคือเรียนอยู่ปีสี่แล้ว มันมีไฟว่าเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะสมัคร
  • สนใจค่ายนี้เพราะว่าคัดเด็กจากทั่วประเทศ เป็นโอกาสที่จะได้เจอเพื่อนๆโปรแกรมเมอร์จากทั่วประเทศ
  • เห็นการโปรโมทกับสื่อต่างๆ แล้วรู้สึกว่าค่ายนี้ดูมีพลัง เช่น เห็นคุณซี Ceemeagain มาร่วมโปรโมท
  • ติดตามเว็บ Designil และได้รับทราบว่าเจ้าของเป็นรุ่นพี่ในค่าย จึงอยากมาเจอ

“เราเห็นมีการแลกแบนเนอร์กับเว็บต่างๆ เยอะมาก อย่าง Pantip.com เองก็ด้วย ตรงตามตรรกะของคนทำ SEO เลยรู้สึกสนใจทันที” เจ้าตัวกล่าว

ชี้ให้เห็นว่าควรทำ Persona ให้ครบสำหรับทั้ง 4 สาขา ดังจะเห็นว่าโมชิมี Insight ในขาโปรแกรมเมอร์ ในฐานะคนที่ทำ SEO เองมาก่อน ทำเว็บ และติดตามอ่านเว็บเฉพาะทาง อย่าง Blognone, ThaiSEOBoard, Designil เป็นต้น

ตัวอย่าง Persona ของเด็กกิจกรรม

sample-persona-actvity-girl

Who: พี่พริ้ว แม้จะเรียนสายคอมพิวเตอร์เช่นกันก็จริง แต่เป็นเคสที่ต่างจากโมชิ พี่พริ้วเป็นเด็กสายกิจกรรม หลักๆ คือชอบการไปเข้าค่าย หาความสนุก หาเพื่อน หาประสบการณ์

What: เจ้าตัวบอกว่าไม่มีอะไรมากจริงๆ แค่อยากเข้าค่าย อยากทำกิจกรรม

How: เซิร์จ Google เกี่ยวกับค่าย แล้วเจอ (และสิ่งที่น่าสนใจอีกเรื่องคือ เธอพบค่าย จากการเซิร์จเกี่ยวกับสถานที่ฝึกงานด้วย)

Why:

  • ค่ายมีกระแสตอบรับดี น่าสนใจ ทั้งตัวเลขคนสมัคร และความถี่ในการพบเห็น (เซิร์จเจอสองปีซ้อน)
  • มีความสนใจในสายคอนเทนต์ และไอทีอยู่บ้างแล้ว

Insight ของพี่พริ้วน่าจะสามารถประยุกต์ใช้ได้กับเด็กจากหลายคณะ ไม่จำเป็นต้องสายคอมพิวเตอร์ เน้นชูเรื่องรวมนักศึกษาจากทั่วประเทศ ความคึกคักที่ผ่านมา และใช้ความเป็นค่ายไอทีเป็นส่วนเสริมเท่านั้น (ซึ่งต่างจากเคสของโมชิ)

สำหรับพี่พริ้วเอง เจ้าตัวเคยเขียนบล็อกเล่าประสบการณ์การสมัครค่ายเอาไว้ สามารถตามอ่านได้ที่นี่

Content Mapping

ในทีนี้จะขอหยิบเคสของโมชิมาให้ดู ซึ่งเมื่อเข้าใจลักษณะของโมชิแล้ว ก็จะเข้าใจกลุ่มเป้าหมายที่ใกล้เคียงกันมากขึ้น และวางแผนคอนเทนต์ตามกลุ่มเป้าหมายกลุ่มนี้

เวลาวางแผนให้มองภาพออกเป็น 3 ระยะ

  • ระยะ Awareness คือคอนเทนต์ที่สร้างการรับรู้
  • ระยะ Consideration คือคอนเทนต์ที่ดึงดูดให้เขาเข้ามาพิจารณา และสนใจเรา
  • ระยะ Decision คือคอนเทนต์ที่เขาใช้ในการตัดสินใจจริง ว่าจะ buy หรือไม่ buy (ในทีนี้คือ จะทำพอร์ตโฟลิโอ กรอกใบสมัครออนไลน์ ตอบคำถามต่างๆ หรือไม่)

sample-content-mapping-programmer-persona

สำหรับคนแบบโมชินั้น ไม่ใช่กลุ่มที่จงใจเข้า Google เพื่อเซิร์จเกี่ยวกับการเข้าค่าย ดังนั้นวิธีการสร้าง Awareness ให้คนกลุ่มนี้รู้จักค่าย คือ การไปอยู่ในเว็บไซต์ หรือช่องทางที่คนเขียนโปรแกรมสนใจ วิธีการเช่น การขอลงแบนเนอร์ ลงข่าว บนเว็บไซต์เฉพาะทางเหล่านี้ ต้องอาศัยเข้าใจ Who เข้าใจพฤติกรรมของเขา และควรทราบถึง What คร่าวๆ เพื่อดึงให้เขาเกิด Awareness

trueYWC11

ตัวอย่างแบนเนอร์ของค่าย YWC รุ่น 11

สำหรับขั้น Consideration คือการพูดใน What และ Why มากขึ้น เมื่อโมชิคลิกจากแบนเนอร์หรือข่าวเข้ามาที่เว็บ หรือโซเชียลมีเดีย ก็จะสื่อสารถึงความเป็นค่ายที่รวมโปรแกรมเมอร์จากทั่วประเทศ นอกจากนี้เมื่อดูจาก Why ที่กระตุ้นให้เขาสนใจค่ายนี้เป็นพิเศษแล้ว ก็จะพบว่าการใช้ Influencer เข้ามาช่วยสื่อสาร ก็มีผลต่อความรู้สึกเชื่อถือเช่นกัน

ywc11-video-channel

ค่ายในปีนั้น มีการทำ Video Content ร่วมกับ Influencers

ในขั้น Decision คือเมื่อโมชิพิจารณาและสนใจค่ายแล้ว เราจะมีคอนเทนต์อะไรมาช่วยสนับสนุน ให้การขาย (การสมัครค่าย) เกิดขึ้นอย่างสมูธบ้าง ในที่นี้ก็คือ การอธิบายรายละเอียดการสมัคร รวม Q&A ของคำถามที่พบบ่อย (เนื่องจากโมชิไม่ใช่คนที่คุ้นเคยกับการเข้าค่ายมากนัก จึงอาจจะต้องอธิบายให้เข้าใจ) กระตุ้นความเร่งด่วนด้วยเดดไลน์, ยอดคนสมัครแบบ Realtime และของรางวัลต่างๆ ที่จะให้ในค่าย เป็นต้น

สรุป

Buyer Persona ช่วยให้เรารู้จักลูกค้าของเราดีขึ้น อินกับเขามากขึ้น และ Content Mapping มีส่วนช่วยเรื่องการสร้างสรรค์คอนเทนต์ของสินค้าและบริการของเรา ไม่ว่าจะเป็นข้อความที่จะสื่อสาร หรือช่องทางที่จะใช้ โดยคำนึงให้สอดคล้องกับ Who, What, Why และ How ของ Buyer Persona ของกลุ่มเป้าหมายที่เราทำไว้

ตาคุณแล้ว

รู้จักแล้ว เห็นตัวอย่างแล้ว ก็ถึงเวลาลงมือปฏิบัติเสียที! สเป็กของธุรกิจของคุณเป็นคนแบบไหนบ้าง พยายามรู้จักทำความเข้าใจเขา และนำมาบันทึกเอาไว้วางแผน พวกเรา Content Shifu ได้สร้างเทมเพลต เป็นไฟล์ Powerpoint เพื่อให้คุณนำเอาไปใช้งานต่อได้ง่าย ได้ผลลัพธ์ตามรูปตัวอย่างต่างๆ ข้างต้น

ดาวน์โหลดฟรีเทมเพลตที่นี่ แล้วไปลงมือทำกันเลย!

buyer-persona-template-giveaway

รูปภาพ Preview มาล่อให้อยาก ฮ่าๆ ^^

และเช่นเคยค่ะ มีอะไรสามารถติชม และคอมเมนต์คุยกับพวกเราได้เสมอ : )

อร เป็นคนชอบเทคโนโลยี และชอบการสร้างสรรค์คอนเทนต์คุณภาพ ปัจจุบันเป็นบรรณาธิการ และเว็บมาสเตอร์ที่ Techsauce สื่อออนไลน์ด้าน Tech Startups และ Corporate Innovations ในเวลาว่างอรชอบแวะไปเล่นฟิตเนส อ่านหนังสือ และทานอาหารอร่อยๆ

    9 Comments

  1. Bank
    September 17, 2016
    Reply

    เผื่อคุณหาที่ดาวน์โหลดเทมเพลตไม่เจอ (น้องอรซ่อนไว้ซะเกือบมิดเลย ฮ่าๆ) ดาวน์โหลดฟรีเทมเพลตได้ที่นี่เลยครับ https://goo.gl/yQrh7p

    • September 17, 2016
      Reply

      ขอบคุณพี่แบงค์ที่ช่วยคอมเมนต์ค่ะ อรได้ปรับให้ตัวดาวน์โหลดชัดขึ้นมาอีกหน่อยละ
      เพื่อนๆ คนอ่านว่าไงกันบ้างคะ เห็นชัดเจนขึ้นไหมเอ่ย

  2. September 21, 2016
    Reply

    ขอบคุณมากค่ะ จะลองเอาไปปรับใช้เวลาทำ content นะคะ

    • September 21, 2016
      Reply

      ขอบคุณค่ะพี่โบว์ ดีใจที่บทความเป็นประโยชน์ค่ะ ^^
      (จะบอกว่าอรก็ชอบอ่านบล็อก bowkraivanich.com ของพี่มากๆ เลยเหมือนกัน! :D)

  3. December 17, 2016
    Reply

    ขอบคุณมากนะครับ สำหรับเนื้อหาดีๆแบบนี้ ขอนำไปใช้ ได้ผลยังไงจะเอามาแบ่งปันให้ฟังนะครับ

    • December 17, 2016
      Reply

      ขอบคุณค่ะคุณ Drussawin จะรออ่านรีวิวนะคะ ^^

  4. January 28, 2017
    Reply

    Content ดีมากเลยครับ พออ่านแล้วก็รู้สึกว่า..ลืมไปได้ไง.. ฮ่าๆๆ ติดตามอ่านบทความอยู่นะครับ ยังไงก็เขียนบทความดีๆ ออกมาเรื่อยๆ นะครับ ^_^

    • January 28, 2017
      Reply

      ขอบคุณมากค่ะ อรขอติดตามบล็อกของคุณ Korlidun บ้างเหมือนกันนะคะ 😀

      • February 1, 2017
        Reply

        55 ยินดีครับ แต่ไม่รู้จะมีเรื่องน่าอ่านหรือเปล่า T_T

Leave A Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ความรู้จะมีประโยชน์ที่สุดถ้าถูกส่งต่อ :)